5 เทคนิคการตกแต่งภายในแบบ Soft Scandi ฉบับปี 2019 5 เทคนิคการตกแต่งภายในแบบ Soft Scandi ฉบับปี 2019


ข้อมูลเจ้าของประกาศ/ผู้โพส

itopinter_111

  • Hero Member
  • *****
    • บุคคลทั่วไป
    • ดูรายละเอียด

ข้อมูลประกาศ

« เมื่อ: พฤศจิกายน 08, 2562, 07:06:57 AM เข้าชม 3 ครั้ง| 0 คอมเมนต์ »



  ประเภท : โปรโมท                


รายละเอียดประกาศ


การเปลี่ยนแปลงของ การออกแบบ ตกแต่งภายใน มักถูกเปลี่ยนเพื่อให้ตามกระแสนิยมและวัฒนธรรมในโลกปัจจุบันมากขึ้นดังที่ Michelle Ogundehin นักออกแบบภายในและนักเขียนสาวชาวอังกฤษ กล่าวไว้ว่าได้มาถึงจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการออกแบบบ้านที่อาจต้องเลือกระหว่างกระแสนิยม หรือความกลืนกลมกับธรรมชาติ โดยที่ Michelle เชื่อว่าพลังงานจากธรรมชาตินั้นสามารถเยียวยาสุขภาพของเราได้ หรือแม้แต่ความนิยมเดิมที่ให้หน้าบ้านหันออกพื้นที่สาธารณะ กลับถูกมองว่าควรหันเข้าด้านในเพื่อให้ความรู้สึกปลอดภัย และรักษาความเป็นส่วนตัวมากกว่า ให้เจ้าของบ้านได้รู้สึกถึงการพักผ่อนอย่างแท้จริง เป็นต้น
ทั้งนี้ การ ตกแต่งบ้าน ในแบบสไตล์สแกนดิเนเวียนโดยเน้นโทนสีอ่อนๆ กำลังมาแรงในปีนี้ ซึ่งเป็นการตกแต่งภายในที่ใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกเรียบง่าย และเป็นธรรมชาติ จากการเปลือยผิววัสดุเพื่อให้เข้าถึง ความงามจากพื้นผิวของวัสดุมากที่สุด รวมถึงการใช้สีโทนซอฟท์ๆ สบายตานอกจากนี้ การออกแบบภายในของปี 2019 จะเน้นไปที่การใช้งานอย่าง การเป็นที่พักอาศัยที่ดี มีความสะดวกปลอดภัย และเรียบง่ายตาม 5 เทคนิคการตกแต่งภายในแบบ Soft Scandi ฉบับปี 2019 ดังนี้
1.ออกแบบบ้าน เพื่อการพักผ่อน
แนวคิดการตกแต่งบ้านและออกแบบบ้าน ให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยที่ดี เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเพื่อตัดเสียงรบกวนภายนอก เพื่อให้สามารถพักผ่อนได้เพียงพอ ลดมลพิษและแบคทีเรียในอากาศ ด้วยการปลูกพืชกรองอากาศทั้งภายในและภายนอกตัวบ้าน การปลูกต้นไม้ในบริเวณบ้านนั้น ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2018 โดยส่วนใหญ่จะคำนึงถึงประโยชน์ด้านสุขภาพของผู้อยู่อาศัยเป็นหลัก ขณะเดียวกันยังมีการเพิ่มพื้นที่สำหรับ การออกกำลังกาย การทำโยคะ สปาภายในบ้านและกันพื้นที่ใช้งานอื่นๆ เพื่อรองรับกิจกรรมวันหยุดที่นอกเหนือกิจวัตรประจำวันอีกด้วย
2.ใช้วัสดุธรรมชาติในการ ตกแต่งภายในบ้าน
การเพิ่มของตกแต่งที่มีผิวสัมผัสที่หลากหลาย จะทำให้ผู้ที่อาศัยในบ้านรู้สึกดีโดยเฉพาะวัสดุที่ใช้สีพื้นหรือสีธรรมชาติ ซึ่งการเลือกของตกแต่งจากวัสดุธรรมชาติหรือมีผิวสัมผัสที่แตกต่างกันภายในบ้าน สามารถกระตุ้นให้ผู้ที่อยู่ภายในบ้านหลั่งสารฮอร์โมนออกซิโทซินที่สร้างรู้สึกผ่อนคลายออกมา เช่น การเลือกใช้พื้นหินอ่อน และการใช้เครื่องเซรามิกหรือเครื่องปั้นดินเผามาตกแต่งบ้าน เป็นต้น
3.การตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์
ปัจจุบันการเลือกตกแต่งบ้านด้วยของธรรมดาก็สามารถทำให้บ้านมีเสน่ห์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เรียกว่าเป็นการตกแต่งแบบมินิมอลลิสต์ก็ได้โดยเมื่อเลือกใช้ของตกแต่งหรือวัสดุที่เรียบง่าย ราคาไม่แพง แต่หากจัดวางให้เข้ากับตัวบ้าน ก็ช่วยทำให้ผู้ที่อยู่ในบ้านรู้สึกถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลาย จุดนี้ถือเป็นเรื่องความสามารถเฉพาะตัวของนักออกแบบภายในแต่ละคนว่าจะใช้ประสบการณ์ที่มี ตกแต่งบ้านให้ออกมาลงตัวได้อย่างไร
4.เติมความรู้สึกให้บ้านด้วยของวินเทจ
หากเจ้าของบ้านอยากเติมอารมณ์และความรู้สึกภายในบ้าน ลองเลิกตามกระแสแล้วกลับไปหาความคุ้นเคย หลายบ้านเริ่มกลับไปนิยมใช้เครื่องแก้วหรือสแตนเลสแทนการใช้พลาสติก ซึ่งเป็นแนวคิดรักษ์โลกที่กำลังได้รับความสนใจ สถาปนิกและนักออกแบบเองจึงควรนำแนวคิดเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาผสมผสานกับการตกแต่งบ้านขณะที่กลิ่นอายของอดีตที่หลายคนโหยหา อาจตอบโจทย์ด้วยการใช้ของเก่า ของโบราณ ของวินเทจ มาตกแต่งบ้านรวมถึงการทาสีสุดคลาสสิกอย่าง สีพีช สีชมพูอ่อนและ สีพิซตาชิโอ ภายในบ้าน ช่วยก็เสริมบรรยากาศของบ้านให้ดูย้อนยุคขึ้นได้
5.เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ด้วยงาน DIY หรือของแฮนด์เมด
งานฝีมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงาน DIY หรือ แฮนด์เมด กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง กับการเป็นตัวช่วยตกแต่งบ้าน เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับบ้านด้วยการนำของ DIY หรือ แฮนด์เมด ที่เป็นการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมและศิลปะมาตกแต่งบ้าน ซึ่งนอกจากจะได้เรื่องความสวยงามแล้ว ยังควรต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในการใช้งาน และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามแนวคิดเรื่อง การออกแบบที่ยั่งยืน อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการออกแบบที่ยั่งยืนกำลังมาเป็นเทรนด์ใหม่มาแรงซึ่งกำลังแพร่หลายในสื่อโซเชี่ยลมีเดียอย่างอินสตราแกรมที่การตกแต่งบ้าน โทนสี ขาว ดำ เทา กับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่าย ดูอบอุ่น โดยเพิ่มความน่าสนใจไปที่ของตกแต่งที่มีโทนสีเย็นหรือกำแพงปูนเปลือยนั้น ได้ระบความนิยมอย่างมากในปีนี้
นอกจากนั้น การเพิ่มรายละเอียดลงในของตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน อย่างการติดแผ่นทองเหลืองที่ขอบไม้ การไม่เคลือบหน้าผิวไม้ด้วยแลคเกอร์ ใช้ผ้าป่านหรือหวายเป็นเครื่องเรือน ก็ช่วยทำให้บ้านมีความสวยงามและมีความธรรมชาติมากขึ้นซึ่งเชื่อว่าการตกแต่งบ้านแนวนี้จะได้รับความนิยมไปอีก 1-2 ปี


1.เลือกสีให้เหมาะสม
โทนสีของห้องจะเปลี่ยนแปลงความรู้สึกได้เมื่อมองเห็น ดังเช่นว่า สีสว่างจะสามารถช่วยเปลี่ยนห้องเล็กๆให้ดูมีพื้นที่เยอะขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งขั้นมีการสรุป 50 เฉดสีเบจที่ได้รับความนิยมสำหรับเพื่อการออกแบบคลินิกที่ทำให้บ้านดูสวยแพงได้เลยทีเดียว แต่ว่าก็ใช่ว่าจะมีเพียงแต่ สีเบจ แค่นั้นที่สวยซะเมื่อไรกันล่ะ? ออกจากคอมฟอร์ทโซนจ้ะ คุณสามารถเลือกสีฟ้าสว่าง สีม่วงลาเวนเดอร์ สีเขียวมิ้นท์ หรือสีเทาเฉดอื่นๆสำหรับในการออกแบบภายในได้ด้วยเหมือนกัน โดยสีพวกนี้จะก่อให้มองผ่องใสเยอะขึ้นแต่ว่าไม่ลดความเลิศหรูของห้อง

สีห้อง
นี่เป็นแบบอย่างของเฉดสีเทา


2.เลือกลงน้ำหนักของสีให้ตรงประเด็น

แต่งห้อง

เฟอร์นิเจอร์สีแจ่มใสด้านในห้องสีโมโนโทนจะช่วยทำให้ปรับการแต่งห้องดูสะดุดตาขึ้นได้ โดยสิ่งที่จะเป็นไฮไลท์ให้กับห้องของพวกเราได้นั่นเป็น ปลอกหมอนสีใหม่ๆประพรมลายเก๋ๆประทีปงามๆหรือการเพ้นท์ฝาผนังก็ช่วยเพิ่มเติมข้อดีให้กับห้องได้ทั้งหมดทั้งปวงจ้ะ

ลวดลาย
หากไม่เล่นสี ก็ เล่นที่ลวดลาย ทำให้ห้องดูมีอะไรๆขึ้นมาได้อีกมากมายเลย
 

3.อย่ากลัวที่จะทดลองอะไรใหม่ๆ

แต่งห้อง

กล้าที่จะลองใช่แค่เพียงกับเครื่องเรือนเท่านั้น แต่ว่าอย่างเรื่องพื้นๆใช่ค่ะ “พื้น” นี่ล่ะที่น่าลอง จดจำไว้ว่า ถ้าเกิดแต่งพื้นให้โดดเด่นแล้ว ก็ควรควบคุมการตกแต่งในส่วนอื่นๆของห้องด้วยด้วยเหมือนกัน

4. เล่นกับพื้นที่

พื้นที่

ใช่แค่เพียงแนวทางเรื่องสีที่จะทำให้เรามองมีพื้นที่กว้างขึ้นเพียงแค่นั้น การตำหนิดกระจก ก็ช่วยลดความรู้สึกอึดอัดได้เหมือนกัน

5.จัดวางแสงให้ถูกตำแหน่ง

ไฟ
ห้องที่เพิ่มแสงไฟย่อมดียิ่งกว่าห้องที่อับมืด คุณสามารถจัดวางรูปแบบของแสงสว่างอย่างผิดแผกได้ด้วยตัวเองในตำแหน่งต่างๆดังต่อไปนี้ ไฟกึ่งกลางห้องไฟฝาผนัง ไฟเฉพาะจุด โคมไฟตั้งโต๊ะ ประทีปวางพื้น ฯลฯ

6.อย่าละเลยการตกแต่งเล็กๆน้อยๆ

ต้นไม้

การมีต้นไม้อยู่ภายในห้องจะให้ความรู้สึกสดชื่นได้มากกว่าห้องเปล่าๆ

ประพรม

ข้อมูลเพิ่มเติมเป็นต้นว่า เบาะหุ้มห่อนุ่มๆพรมสวยๆหมอนอิงเก๋ๆภาพวาดแอ็บสแตร็คท์ โปสเตอร์สวยๆนาฬิกาสไตล์ไม่นิมอล แจกันสวยๆกระเช้าสานเก๋ๆถ้วยชามผลไม้ชิคๆทุกอย่างอย่างเหล่านี้จะช่วยให้ห้องดูนุ่มนวล แล้วก็ มีคลาสมากขึ้นได้

7.อย่ามาก!

ห้องอาบน้ำ
ฝ้าเพดานเรียบๆหากแม้จะไม่ได้ตกแต่งอะไรเลย นั่นแหละดีแล้วค่ะ อยากได้ห้องสวยๆไม่จำเป็นที่ต้องบากบั่น! หลีกเลี่ยงการก่อสร้าง ตกแต่งที่ซับซ้อน

8.อย่างเดียวที่คุณจะมากสิ่ง เล่นใหญ่ได้คือที่พักผ่อน


จดจำไว้ว่า ถ้าเกิดจะมีเตียงในห้องนอน ก็จำเป็นต้องเล่นเตียงใหญ่ๆให้มองปัง ! ทั้งยังผ้าปูเตียงสุดอลัง ใส่หมอนเยอะมากๆปูพื้นหน้าเตียงด้วยพรมขนนุ่มนิ่มเพราะว่าเตียงเป็นที่ที่ต้องเป็นที่มีความสุขที่สุดในบ้านของพวกเรา เชิญชวนให้พวกเราเอนตัวนอนได้ทุกทีที่มองเห็น

หวังว่า 8 กิมมิคออกแบบภายในที่เราแนะนำมานี้จะพอเพียงช่วยทำให้คุณได้ห้องที่มีเสน่ห์มากเพิ่มขึ้น เชื้อเชิญให้คุณอยู่บ้านอย่างสุขสบายได้ทุกตารางนิ้วในพื้นที่ของคุณเองนะคะ



คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ออกแบบตกแต่งภายใน

Tags : ออกแบบคลินิกทันตกรรม