สีเสียด เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณเเละประโยชน์อย่างน่าทึ่ง สีเสียด เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณเเละประโยชน์อย่างน่าทึ่ง


ข้อมูลเจ้าของประกาศ/ผู้โพส

NOH1122

  • Hero Member
  • *****
    • บุคคลทั่วไป
    • ดูรายละเอียด

ข้อมูลประกาศ

« เมื่อ: มีนาคม 15, 2562, 01:55:10 PM เข้าชม 2 ครั้ง| 0 คอมเมนต์ »



  ประเภท : โปรโมท                


รายละเอียดประกาศ



สีเสียด
ชื่อสมุนไพร สีเสียด
ชื่ออื่นๆ/ชื่อเขตแดน สีเสียดเหนือ ,สีเสียดไทย (ภาคกึ่งกลาง),สีเสียด,ขี้เสียด,สีเสียดเหลือง(ภาคเหนือ),สีเสียดแก่น(จังหวัดราชบุรี),สะเจ(ไทยใหญ่)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Acacia catechu (L.f.) Willd.
ชื่อสามัญ Black Catechu ,Catechu Tree, Cutch tree,Acacia catechu, Cutch
วงศ์ LEGUMINOSAE- MIMOSACEAE
บ้านเกิดสีเสียด
เสียดเป็นพืชที่มีบ้านเกิดในทวีปเอเชียตั้งแต่ ตะวันตกของปากีสถาน ศรีลังกาประเทศอินเดียไปจนกระทั่งพม่าจีน,ไทยและก็ประเทศต่างๆในบริเวณมหาสมุทรอินเดีย ถัดมามีการกระจัดกระจายพันธุ์ไปในประเทศต่างๆในบริเวณใกล้เคียง สำหรับในประเทศไทยมักขึ้นราดกระจัดกระจายตามป่าโปร่งและก็ป่าละเมาะ บนพื้นที่ราบ แห้งแล้ง โดยสามารถขึ้นเป็นกรุ๊ปๆบนพื้นที่ชำรุดทรุดโทรมที่มีสภาพดินชั่วช้าสารเลวและก็มีก้อนกรวดหินปนเป มีการระบายน้ำดี เป็นพันธุ์ไม้ที่ชอบแสงสว่าง คงทนต่อภาวะแล้ง สามารถแตกหน่อได้อย่างรวดเร็ว
ลักษณะทั่วไปสีเสียด
สีเสียดจัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงกลาง สูง 10-15 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดโปร่ง ตามลำต้นและกิ่งมีหนามแหลมโค้งออกในลักษณะเป็นคู่ เปลือกเป็นสีเทาคล้ำหรือสีเทาอมน้ำตาลขรุขระแตกล่อนเป็นแผ่นยาว แก่นสีน้ำตาลแดง
ใบ เป็นแบบใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ช่อใบกิ่งก้านสาขาเรียงตรงข้ามกัน 10-20 คู่ ใบย่อย 30-50 คู่ เรียงตรงกันข้าม ใบรูปแถบ กว้าง 0.5-1 มม. ยาว 4-7 มม. ปลายใบมน โคนใบเบี้ยว ใบสะอาด หรือมีขนน้อยเส้นกิ้งก้านใบข้างละ 6-7 เส้น ก้านใบหลักยาวประมาณ 3-4 เซนติเมตร มีขน
ดอกออกเป็นช่อแบบช่อเชิงลดเหมือนช่อหางกระรอกตามซอกใบและก็ปลายกิ่ง ช่อยาว 5-9 เซนติเมตร ดอกย่อยขนาดเล็ก สีขาวนวลหรือสีเหลืองอ่อน กลีบดอกไม้ 5 กลีบ ยาว 0.2-0.3 ซึม เกสรเพศผู้จำนวนมาก เป็นเส้นเล็กสีขาว ดอกบานเต็มที่กว้าง 2-3 มิลลิเมตร มีกลิ่นหอมสดชื่น
ผลออกเป็นฝักแห้งแตก ฝักแบนรูปขอบขนานหัวท้ายแหลม ยาว 5-10 ซม. ฝักแก่สีน้ำตาลคล้ำวาว เมล็ด มี 3-7 เมล็ดต่อฝัก ลักษณะแบน สีน้ำตาลอมเขียว
แก่นไม้ มีสีแดงเข้มถึงน้ำตาลปนแดง วาวเลื่อม เศษไม้สน เนื้อแน่น แข็งเหนียว ส่วนแก่นของต้นมีสีน้ำตาบแดง รวมทั้งทน เลื่อยผ่า ตบแต่งได้ยาก
การขยายพันธุ์สีเสียด
สีเสียดสามารถขยายพันธุ์ได้ 2 วิธี คือ
แบบอาศัยเพศ ใช้เมล็ดเพาะในแปลงเพาะ โดยทำการเก็บฝักแก่จากต้น โดยจะสังเกตว่าฝัหมีสีน้ำตาลคล้ำเป็นเงา นำไปผึ่งแดดให้แห้ง 2-3 วัน ฝักจะแตกอ้าสะกดรอยตะเข็บข้างๆเม็ดแก่จะมีสีน้ำตาลอมเขียว เป็นเงา แล้วนำเมล็ดไปเพาะในแปลงเพาะ ซึ่งจะมีเปอร์เซ็นต์การงอกราว 75 เปอร์เซ็นต์ และเมล็ดจะใช้เวลาสำหรับการผลิออก 10 วัน ก็เลยย้ายชำกล้าลงถุงก๊อบแก๊บที่ได้เตรียมดินไว้แล้ว แล้วรักษากล้าไม้ประมาณ 4-5 เดือน ก็เลยนำไปปลูกภายในพื้นที่ที่ต้องการถัดไป ในการเพาะเมล็ด บางทีอาจจะใช้แนวทางหยอดเม็ดลงในถุงก๊อบแก๊บโดยตรงแล้ว รักษาต้นกล้าให้เติบโตจนกระทั่งระยะปลูกก็ได้เช่นเดียวกัน
แบบไม่อาศัยเพศ โดยการใช้เหง้าปลูก เพราะไม้แก่นเป็นไม้โตเร็ว ก็เลยสามารถขยายพันธุ์ตามธรรมชาติด้วยการแตกหน่อได้ด้วย
ในการกำหนดระยะ ถ้าอยากใช้ประโยชน์จากเนื้อไม้ควรจะปลูกระยะห่าง 2x3 เมตร หรือ 4x4 เมตร แต่ว่าถ้าปลูกเพื่ออยากได้ผลิตไม้ฟืนหรือถ่าน ควรปลูกระหว่าง 2x2 หรือ 2x4 เมตร และก็ถ้าหากปลูกเพื่อต้องการเก็บเม็ดในการทำแหล่งเมล็ดพันธุ์ ควรจะปลูก 2x2 หรือ 2x4
ส่วนประกอบทางเคมี
สาระสำคัญกลุ่มหลักที่พบในสีเสียดไทย เป็น สารกลุ่มแทนนิน (tannins) ที่ทำให้พืชสมุนไพรประเภทนี้รสฝาด ดังเช่น catechutannic acid ในจำนวน 20-35%, acacatechin 2-10%, epicatechin, phlobatannin, protocatechu tannins, pyrogallic tannins, epicatechin-3-O-gallate, epigallocatechin3-O-gallate นอกจากนี้ยังพบสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ (flavoniods) มี quercetin, quercetagetin, fisetin flavanol dimers, flavonol glycosides, 5,7,3´,4´-tetrahydroxy-3-methoxy flavone-7-O-β-D-galactopyranosyl-(1→4)-O-β-D-glucopyranoside แล้วก็ยังเจอสารกรุ๊ปอื่นๆดังเช่น catechu red และก็ caffeine และก็ถ้าเกิดแยกเป็นแต่ละส่วนออกมาจากสารต่างๆดังต่อไปนี้
ใบ พบ Catechin, Isoacacatechol, Tannins isoaca catechol acetate
เปลือกต้นพบสารประเภท Catechol, Gallic acid, Tannin, แก่นมีสาร Catechin, Dicatechin, 3′ ,4′ ,7′ , -Tri-O-methyl catechin, 3′ ,4′ ,5 , 5′ , 7-sPenta-O-methyl gallocatechin, ใบมีสาร -(+)-Chatechin, Isoacacatechol, Tannins isoacacatechol acetate ส่วนอีกทั้งต้นมีสาร Epicatechin
สรรพคุณเสียดสี
ในประเทศไทยมีการนำมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น มีการเปลือกต้นและก้อน มาใช้ในอุตสาหกรรมย้อมผ้าแล้วก็ฟอกหนังสัตว์ โดยแก่นไม้หรือแก่นของจะให้สีน้ำตาล ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ย้อมผ้า แห อวน และหนังได้ หรือจะใช้เปลือกต้นนำมาย้อมเส้นไหม โดยการลอกเอาเฉพาะเปลือกต้นแล้วนำมาสับเป็นชิ้นเล็กๆต้มสกัดสีกับน้ำ ในอัตราส่วน 1:2 ซึ่งจะได้เส้นไหมสีน้ำตาล เป็นต้น
สีเสียดมีแก่นไม้สีแดงเข้มถึงน้ำตาลทรายแดง ลักษณะวาวเลื่อมเหนียว คงทน ขัดชักเงาได้ดิบได้ดี สามารถนำมาใช้ผลดีสำหรับเพื่อการทำเครื่องไม้เครื่องมือ เครื่องใช้ต่างๆหรือใช้ทำเสาเรือนใช้สำหรับกลึง แกะสลัก สำหรับต้นที่ลักษณะไม่ดีก็ใช้ทำฟืนเชื้อเพลิงหรือใช้สำหรับเพื่อการเผาถ่านได้ ส่วนใบใช้เป็นอาหารสัตว์ประเภท วัว ควาย หรือใช้ต้นใช้เลี้ยงครั่งได้เหมือนกัน ยิ่งไปกว่านี้คนดอยในเชียงใหม่ ยังมีการใช้แก่นไม้ เอามาบดรับประทานกับหมากได้อีกด้วย
สำหรับสรรพคุณทางด้านสมุนไพรนั้น ตามตำรายาไทยได้มีการนำมาทำเป็นเครื่องยาโดยการนำแก่นต้น สับให้เป็นชิ้นๆแล้วต้มแล้วก็ต้ม หลังจากนั้นระเหยน้ำที่ต้มได้ให้เหนียวข้น จะได้ของแข็งเป็นก้อน สีน้ำตาลดำ เป็นมัน แข็ง รูปร่างไม่แน่นอน เปลือกนอกหยาบคาย มีด้านในด้านหนึ่งที่แตกจะมันวาว ไม่มีกลิ่น รสขม ฝาดจัด ซึ่งมีคุณประโยชน์ แก้ท้องเดินเรื้อรัง ลำไส้อักเสบ รักษาบาดแผล แก้ปากเป็นแผล ใส่แผลเปื่อยยุ่ยแล้วก็ริดสีดวง และก็อาการบาดเจ็บที่มีเลือดออก บดหรือต้มรับประทานแก้ท้องเสีย คุมธาตุ แก้บิดมูกเลือด แก้ลงแดง ทารักษารอยแผล รักษาโรคผิวหนัง ต้มล้างบาดแผล ไทยเป็นยาฝาดสมาน แก้ท้องเดิน ห้ามเลือดที่ออกจากจมูก แก้บิด ล้างแผลหัวนมแตก ล้างแผลถูกไฟลุก ทำให้แผลหายเร็ว แล้วก็ยังคงใช้ส่วนต่างๆของต้นเป็นสมุนไพรได้โดยจะมีคุณประโยชน์ดังนี้
แก่นไม้ แก้ท้องร่วง,รักษาโรคผิวหนัง,แก้บิด,ปิดธาตุ,แก้ลงแดง
เปลือกต้น แก้บิด แก้ท้องเดิน รักษาแผล แก้ท้องร่วง
เม็ดในฝัก ฝนแก้โรคหิด แผลน้ำกัดเท้า
นอกนั้นบัญชียาจากสมุนไพร ที่มีการใช้ตามองค์ความรู้เริ่มแรก ตามประกาศ คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา (ฉบับที่ 5) ปรากฏการใช้สีเสียดไทย ในยารักษาลักษณะโรคในระบบทางเดินอาหาร ปรากฏตำรับ ”ยาเหลืองปิดสมุทร” มีส่วนประกอบของไทย แล้วก็เทศ ร่วมกับสมุนไพรอื่นๆในตำรับ มีคุณประโยชน์บรรเทาอาการท้องเดินประเภทที่ไม่มีสาเหตุจากการรับเชื้อ ได้แก่ อุจจาระไม่เป็นมูก หรือมีเลือดปนและก็ท้องเสียประเภทที่ไม่มีไข้ได้อีกด้วย

แบบ/ขนาดการใช้
สำหรับในการนำก้อนมาใช้จะต้องนำมาบดเป็นผงประมาณ 0.3-2 กรัม แล้วชงน้ำกิน หรือต้มเอาน้ำรับประทานช่วยแก้อาการท้องร่วง ท้องเสีย แก้บิด หรือใช้ทารักษาแผลต่างๆก็จะช่วยรักษาแผลชำระล้างรอยแผล ใช้ห้ามเลือด และก็รักษาโรคผิวหนัง น้ำกัดเท้าได้ แก้แผลเรื้อรัง ใช้เปลือกต้น ต้มกับน้ำ ใช้ล้างแผล หัวนมแตก ใช้ล้างแผล แก้แผลเน่าเรื้อรัง น้ำกัดเท้า แก้โรคหิด ใช้เมล็ดฝัก ฝนทาแก้โรคหิด แผลน้ำกัดเท้า หรือจะใช้ผงสีเสียดเป็นยาฝาดสมาน แก้อาการท้องเสีย โดยผสมกับผงอบเชย ในปริมาณเท่าๆกัน ถ้าเกิดท้องเสียมากใช้ 1 กรัม ถ้าหากน้อยใช้ 1/2 กรัม ต้มกับน้ำ 1 ถ้วยแก้ว เคี่ยวหนึ่งชั่วโมง กรอง กินทีละ 4 ช้อนแกง (โดยประมาณ 30 มิลลิลิตร) วันละ 3 ครั้ง หรือใช้ผงผสมกับน้ำมันพืช ทาแผลน้ำกัดเท้า
การเรียนทางเภสัชวิทยา
ฤทธิ์ต้านจุลชีวัน มีรายงานการวิจัยเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์ พบว่าสารสกัดน้ำ เมทานอล รวมทั้งเฮกเซน จากไทยมีฤทธิ์ต้านทานเชื้อแบคทีเรีย Escherichia coli O157:H7, Pseudomonas aeruginosa, Salmonella typhi, Bacillus subtilis, Bacillus cereus, Staphylococcus aureus และก็ methicillinresistant S. aureus ได้ นอกเหนือจากนั้นยังพบว่าสารสกัดเฮกเซนจากเปลือกต้นไทยมีฤทธิ์ต้านเชื้อรา Candida albicans แล้วก็ Aspergillus niger ได้
ฤทธิ์ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย มีการทดลองพบว่ามีฤทธิ์ต้านทานเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus ทดสอบสารสกัดเอทานอล (80%) จากลำต้นแห้ง ความเข้มข้น 6.25 มก./มล. กับเชื้อแบคทีเรีย S. aureus ในจานเพาะเชื้อ พบว่ามีฤทธิ์อ่อนๆเมื่อแปลงมาใช้สารสกัดเอทานอล (95%) จากเรซินของสีเสียด พบว่ามีฤทธิ์ มีการทดลองน้ำสกัด สารสกัดเฮกเซน และสารสกัดเอทานอล ความเข้มข้น 200 มิลลิกรัม/มล. ของพืชหลายประเภทสำหรับเพื่อการต้านเชื้อแบคทีเรียจำพวกต่างๆโดยวิธี agar well diffusion จากผลการทดลองพบว่า สารสกัดเอทานอลจากเปลือกของ มีฤทธิ์ต่อต้าน S. aureus ส่วนน้ำสกัดมีฤทธิ์อ่อนๆรวมทั้งสารสกัดเฮกเซนไม่มีฤทธิ์
ฤทธิ์ต้านอาการท้องเสีย สารสกัดด้วยแอลกอฮอล์น้ำจากเปลือกต้น (Acacia catechu Willd.) ซึ่งมีสารกลุ่ม catechins ดังเช่น (-)-epicatechin และ (+)-catechin มีฤทธิ์ลดความถี่และก็ความแรงสำหรับการหดเกร็งตัวของลำไส้ใหญ่และก็ลำไส้เล็กส่วนปลายที่แยกได้จากหนูตะเภา โดยฤทธิ์การหยุดยั้งจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนสารสกัดที่ให้ สารสกัดจากต้นสามารถเสริมฤทธิ์ของ calcium antagonist ในการต่อต้านการยุบเกร็งรอบๆลำไส้ใหญ่มากยิ่งกว่าส่วนของลำไส้เล็กส่วนปลาย แล้วก็สามารถออกฤทธิ์คลายการยุบเกร็งของลำไส้ใหญ่รวมทั้งลำไส้เล็กส่วนปลายจากการเหนี่ยวนำด้วยสาร carbachol ซึ่งเป็นการรับรองว่าเปลือกต้นมีฤทธิ์ต่อต้านการยุบเกร็งของไส้ผ่านการยับยั้ง muscarinic receptors และก็ Ca2+ channels ของเซลล์ จากการทดสอบฤทธิ์ต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดอาการท้องร่วง พบว่าสารสกัดจากต้นสามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อ Campylobacter jejuni, Escherichia coli และ Salmonella spp โดยไม่มีผลต่อเชื้อจุลินทรีย์จำพวก Bifido รวมทั้ง Lactobacillus ในลำไส้เมื่อให้ที่ความเข้มข้น 5 เท่าของฤทธิ์ต้านการหดเกร็ง ก็เลยสามารถสรุปได้ว่าสารสกัดจากต้นออกฤทธิ์ทุเลาอาการท้องร่วง โดยการต้านการยุบเกร็งในลำไส้มากกว่าฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย ก็เลยน่าจะเป็นคุณประโยชน์ต่อการดูแลและรักษาอาการท้องเดินที่ไม่ได้มีต้นเหตุที่เกิดจากการรับเชื้อแบคทีเรีย
ฤทธิ์ต่อต้านอักเสบ การทดสอบนำสารสกัดผสมระหว่าง baicalin จาก Scutellaria baicalensis และก็ (+)- Catechin จาก A. catechu มาทดลองฤทธิ์ลดการอักเสบ พบว่าสารผสมดังกล่าวมาแล้วข้างต้นสามารถยั้งหลักการทำงานของเอนไซม์ cyclooxygenase (COX) และก็ 5-lipoxygenase (5-LOX) ได้ โดยมีค่า IC50 (50% inhibitory concentration) ต่อ ovine COX-1 and COX-2 peroxidase enzyme แล้วก็ potato 5-LOX enzyme พอๆกับ 15 g/mL และก็ 25 g/mL ตามลำดับ
ฤทธิ์ต่อต้านออกซิเดชั่น การเรียนฤทธิ์ต่อต้านออกซิเดชั่นของส่วนสกัดเอธานอลจาก A. catechu (L.f.) Willd. ด้วยวิธี 1,1-Diphenyl-2-picrylhydrazyl (DPPH)assay โดยเปรียบเทียบกับสารมาตรฐาน Buthylated Hydroxyl toluene (BHT) และ Quercetin ได้ค่าความเข้มข้นของสารสกัดที่ยั้งการเกิดอนุมูลอิสระได้จำนวนร้อยละ 50 (IC50) เท่ากับ 10.45μg/ml และ 2.73 μg/ml ตามลำดับ
การศึกษาเล่าเรียนทางพิษวิทยา
การทดลองความเป็นพิษทดลองฉีดสารสกัดเอทานอล (50%) จากลำต้น เข้าทางช่องท้องหนูถีบจักร พบว่าความเข้มข้นสูงสุดที่สัตว์ทดลองทนได้ เป็น 100 มก./กก.
พิษต่อเซลล์ทดสอบสารสกัดเอทานอล (50%) จากลำต้นกับ CA-9KB โดยมี ED50 มากยิ่งกว่า 20 มคก./มล. พบว่าสารสกัดนี้ไม่มีพิษต่อเซลล์ มีการทดสอบสารสกัดจากเปลือกกับเซลล์จากปลายรากของหอมหัวใหญ่ จากการทดสอบพบว่า สารสกัดจากเปลือก มีฤทธิ์ยั้งการแบ่งเซลล์เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม
ฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์เมื่อทดสอบสารสกัดจากแก่นไม้แห้ง (ไม่ระบุชนิดสารสกัด) ความเข้มข้น 250 มคกรัม/จานเพาะเชื้อ กับ Salmonella typhimurium TA100, TA1535, TA1538, TA98 พบว่าสารสกัดดังที่กล่าวถึงมาแล้วไม่มีฤทธิ์ ข้อเสนอ/ข้อควรระวัง
การใช้สีเสียดเป็นยาสมุนไพร ควรคำนึงถึงความปลอดภัย เหมือนกันกับสมุนไพรประเภทอื่น เป็น ไม่สมควรใช้ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานาน และไม่ควรจะใช้เกินปริมาณที่กำหนดตามตำรายา เนื่องจากว่าบางทีอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพร่างกายได้
ในการเลือกใช้สีเสียดก้อนนั้นควรคำนึงถึงความสะอาดและก็ควรเลือกก้อนที่ไม่มีสิ่งปลอมปนอื่นๆติดมาหรือควรจะเลือกซื้อจากแหล่งที่ไว้ใจได้
เอกสารอ้างอิง
นพมาศ สุนทรเจริญนนท์ และนงลักษณ์ เรืองวิเศษ.วิเคราะห์ วิจัยคุณภาพเครื่องยาไทย.คอนเซพท์ เมดิคัส จำกัด กรุงเทพมหานตรา 2551.หน้า502-510
 จงรัก วัจนคุปต์.  การตรวจหาสมุนไพรไทยที่มีอำนาจทำลายเชื้อแบคทีเรีย.  Special Project Chulalongkorn Univ, 1952. 
ผศ.ดร.ศิริมา  สุวรรณกูฏ.สีเสียด[/url].สมุนไพรแก้ท้องร่วง.บทความสมุนไพรฐานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
นิจศิริ เรืองรังสี และธวัชชัย มังคละคุปต์.สมุนไพรไทย เล่ม 1.สำนักพิมพ์บี เฮลท์ตี้ กรุงเทพฯ2547.หน้า305.
.ฐานข้อมูลสมุนไพรที่มีการใช้ในผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์.สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล.
หนังสือสมุนไพรสวนสิรีรุกขชาติ.  (คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล).  “เหนือ Catechu Tree / Cutch Tree”.  หน้า 32.
ฤทธิ์ต้านอาการท้องเสียของต้น.ข่าวความเคลื่อนไหนสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล.
เหนือ.กลุ่มยารักษาน้ำกัดเท้า.สรรพคุณสมุนไพร200ชนิดโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี(ออนไลน์)
สมสุข มัจฉาชีพ.พืชสมุนไพร.รุ่งศิลป์การพิมพ์.กรุงเทพฯ.พิมพ์ครั้งที่2.2542.หน้า280.
ศุภยางค์ วรวุฒิคุณชัย.หลิน กิจพิพิธ.ฤทธิ์ต้านเชื้อของสารสกัดสมุนไพรไทยต่อ clinical isolates ของ methicillinresistant Staphylococcus aureus. วารสารสงขลานครินทร์. 2548. 27(Suppl. 2) หน้า 525-34.
ไทย.ฐานข้อมูลเครื่องยาคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี(ออนไลน์)
วันดี กฤษณพันธ์ เกร็ดความรู้สมุนไพร.สำนักพิมพ์ดิคัล มีเดีย กรุงเทพฯ พิมพ์ครั้งที่ 2.2539หน้า125.
Shen D, Wu Q, Wang M, Yang Y, Lavoie EJ, and Simon JE. Determination of the Predominant Catechins in Acacia catechu by Liquid Chromatography/Electrospray Ionization-Mass Spectrometry. J. Agric. Food Chem 2006, 54 (9): 3219-24.
หนังสือพจนานุกรมสมุนไพรไทย, ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 5.  (ดร.วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม).  “สีเสียดเหนือ”.  หน้า 784-785.
Valsaraj R, Pushpangadan P, Smitt UW, Adsersen A, Nyman U.  Antimicrobial screening of selected medicinal plants from India.  J Ethnopharmacol 1997;58(2):75-83.
. Saini ML, Saini R, Roy S, and Kumar A. Comparative pharmacognostical and antimicrobial studies of acacia species (Mimosaceae). J Med Plants Res 2008, 2 (12): 378-86.
Shrimal SK.  Antimitotic effect of certain bark extracts.  Broteria Ser Trimest Cieng Nat 1978;48(3/4):55-8.
Jayshree D. Patel, Vipin Kumar, Shreyas A. Bhatt. Antimicrobial screening and phytochemical analysis of the resin part of Acacia catechu. Pharmaceutical Biology 2009, 47(1): 34-7.
 Ray PG, Majumdar SK.  Antimicrobial activity of some Indian plants.  Econ Bot 1976; 30:317-20.
. Burnett BP, Jia Q, Zhao Y, and Levy RM. A Medicinal Extract of Scutellaria baicalensis and Acacia catechu Acts as a Dual Inhibitor of Cyclooxygenase and 5-Lipoxygenase to Reduce Inflammation. J Med Food 2007, 10 (3): 442-51.
Dhar ML, Dhar MM, Dhawan BN, Mehrotra BN, Ray C.  Screening of Indian plants for biological activity: part I.  Indian J Exp Biol 1968; 6:232-47.
Ramli S, Bunrathep S, Tansaringkarn T, and Ruangrungsi N. Screening for free radical scavenging activity from ethanolic extract of Mimosaceous plants endemic to Thailand. J Health Res 2008, 22(2): 55-9.
Nagabhushan M, Amonkar AJ, Nair UJ, Santhanam U, Ammigan N, D'souza AV, Bhide SV.  Catechin as an antimutagen: its mode of action.  J Cancer Res Clin Oncol 1988;114(2):177-82.
 Ahmad I, Mehmood Z, Mohammad F.  Screening of some Indian medicinal plants for their antimicrobial properties.  J Ethnopharmacol 1998;62:183-93.