'เชื้อดื้อยา' มีผลเสียต่อสุขภาพของเรามากแค่ไหน ? 'เชื้อดื้อยา' มีผลเสียต่อสุขภาพของเรามากแค่ไหน ?


ข้อมูลเจ้าของประกาศ/ผู้โพส

diorarmani2000

  • Hero Member
  • *****
    • บุคคลทั่วไป
    • ดูรายละเอียด

ข้อมูลประกาศ

« เมื่อ: กันยายน 14, 2564, 08:32:50 PM เข้าชม 4 ครั้ง| 0 คอมเมนต์ »



  ประเภท : โปรโมท                


รายละเอียดประกาศ



เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะเคยทำ เวลาที่มีอาการปวด ไม่สบาย ตัวร้อน หรืออะไรก็ตาม เราก็จะพาตัวเองเดินไปที่ร้านขายยาเพื่อซื้อยามาบรรเทาอาการให้ทุเลาลง หลายครั้งที่แพทย์ หรือเภสัชกรแนะนำว่าให้เรากินยาให้หมด กินยาให้ตรงเวลา แต่ก็ทำไม่ได้ หรือบางทีเราก็ไปหาหมอแล้วก็ให้ขอฉีดยา เพื่อให้อาการที่เป็นอยู่หายไปอย่างรวดเร็ว รู้หรือไม่ว่านี่อาจเป็นพฤติกรรมที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราได้

จากข้อมูลที่มีการเก็บรวบรวมขององค์การอนามัยโลก พบว่ากว่า 50% ของการใช้ยาในประเทศที่กำลังพัฒนานั้นมีการใช้ยาที่ไม่เหมาะสมและสูญเปล่า อาทิ การใช้ยาปฏิชีวนะทั้งที่ไม่มีความจำเป็น หรือการสั่งใช้ยาที่ไม่เป็นไปตามแนวทางการรักษา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้ยาอย่างเหมาะสม สิ่งเหล่านี้กำลังสร้างความเสียหายในระดับประเทศและระดับโลกมหาศาล

ผศ.ดร.กำธร มาลาธรรม คณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า นักวิชาการยุโรปได้คาดการณ์ความเป็นไปในสถานการณ์ทั่วโลกไปจนถึงปี 2593 ว่าในทุกๆ 3 วินาทีจะมีคนเสียชีวิตจากเชื้อดื้อยา 1 คน หรือประมาณ 10 ล้านคนต่อไป โดยครึ่งหนึ่งอยู่ในทวีปเอเชีย ทำให้ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจถึงประมาณ 3.5 พันล้านล้านบาท

เชื้อดื้อยา สามารถสร้างความเสียหายได้มากกว่าที่คิด

เชื้อดื้อยานั้นได้คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกมานักต่อนักแล้ว หากคิดเป็นอัตราการเสียชีวิตด้วยเชื้อตัวนี้ต่อประชากร 1 แสนคน ก็จะพบว่า สหรัฐอเมริกามีอัตราการเสียชีวิต 5.3 ต่อประชากร 1 แสนคน ส่วนในฝั่งยุโรปนั้นมีอัตราการเสียชีวิต 5 ต่อประชากร 1 แสนคน มาที่ไทยกันบ้าง มีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 28.3 ต่อประชากร 1 แสนคน ซึ่งมากกว่าอเมริกาและยุโรปประมาณ 6 เท่า

จากการเก็บข้อมูลเพิ่มเติมยังพบอีกว่า ประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากเชื้อดื้อยาประมาณปีละ 20,000-38,000 คน ทั้งยังมีผู้ป่วยที่ต้องนอนโรงพยาบาลนานกว่าปกติ เพราะอย่างนี้การติดเชื้อดื้อยาอาจทำให้เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจถึงปีละ 46,000 ล้านบาท

ภญ.นิธิมา สุ่มประดิษฐ์ จาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า ตลอด 30 ปีที่ผ่านมาวิวัฒนาการทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก ซึ่งโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรงสูงนั้นสามารถรักษาได้โดยใช้ คาร์บาพีเนมส์ (Carbapenems) โดยในปัจจุบันก็ยังใช้ยาตัวเดิมในการรักษา โดยตลอด 30 ปีที่ผ่านมาเชื้อดื้อยาก็รุนแรงมากยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่มียาปฏิชีวนะชนิดใหม่ๆ ออกเลย มันทำให้เห็นถึงวิกฤต เนื่องจากบริษัทยาให้เหตุผลว่า หากจะต้องทำการวิจัยเกี่ยวกับเชื้อดื้อยานั้นไม่คุ้มค่ากับการลงทุน มันขายไม่ได้ ไม่ได้สร้างกำไร บริษัทจึงเลือกที่จะไปลงทุนกับยาเบาหวาน หรือยาความดันแทน

เชื้อดื้อยา ไม่ได้มีแค่ในคน แต่ยังลามไปถึงสัตว์ด้วย

ผศ.ภญ.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) ระบุว่าได้มีการเกาะติดประเด็นของเชื้อดื้อยามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในขณะนี้สถาการณ์การใช้ยาปฏิชีวนะมีความซับซ้อน เพราะไม่ได้ใช้แค่เพียงในคนเท่านั้น แต่ยังถูกนำไปใช้ในสัตว์อีกด้วย อย่าง ในแวดวงเกษตรกรรมก็ถูกใช้ใน ส้ม ปลา กุ้ง หมู หรือไก่ ด้วยเป็นต้น ทำให้การสื่อสารความเข้าใจเป็นไปได้วยความยาก ทั้งยังระบุว่า โรงพยาบาลสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทุกแห่งจะต้องใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุสมผล โดยเฉพาะใน 3 โรคพื้นฐาน อย่าง ไข้หวัด ท้องเสีย และแผลสะอาด จะไม่มีการจ่ายยาปฏิชีวนะ

นอกจากนั้นก็ยังมีการเฝ้าระวังการจ่ายยาต้านแบคทีเรียที่ไม่เหมาะสม หรือผิดกฎหมายที่ อย. ได้ดำเนินการไปแล้ว อาทิ ยากลุ่มรักษาวัณโรค (Antituberculous drugs) เป็นแบบชนิดกินและฉีดสำหรับใช้ในมนุษย์ โดยตอนนี้ก็มีการขึ้นทะเบียนเป็นยาควบคุมพิเศษหมดแล้ว ผู้ที่สั่งจ่ายได้จะต้องเป็นแพทย์เท่านั้น นอกจากคนแล้วก็ยังมีการดำเนินการกับสัตว์ หากสัตว์ชนิดไหนต้องการรับยา ต้องได้มีใบสั่งยาจากสัตวแพทย์เท่านั้น ไม่สามารถซื้อเองได้

ที่มา : เชื้อดื้อยา
อ่านเพิ่มเติม : สุขภาพ

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : วิธีดูแลสุขภาพ

Tags : สุขภาพ